Content Preview: rss
712 days ago
เป็นที่รู้กันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเริ่มเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 และหลังจากนั้นบัณฑิตทุกคนก็เฝ้ารอที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์อย่างใจจดใจจ่อ ภาพถ่ายวันรับพระราชทานปริญญาบัตรกลายเป็นของล้ำค่าที่ต้องประดับไว้ตามบ้านเรือน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของหนุ่มสาวและความภาคภูมิใจของบิดามารดา จน 29 ปีต่อมา มีผู้คำนวณให้ฉุกใจคิดกันว่าพระราชภารกิจในการพระราชทานปริญญาบัตรนั้น เป็นพระราชภารกิจที่หนักหน่วงไม่น้อย หนังสือพิมพ์ลงว่าหากเสด็จฯพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง ประทับครั้ง ละราว 3 ชม. เท่ากับทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทานใบปริญญาบัตร 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตร ฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมดที่พระราชทานมาแล้ว 141 ตัน ไม่เพียงเท่านั้น ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลยังเล่าเสริมให้เห็น "ความละเอียดอ่อนในพระราชภารกิจ" ที่ไม่มีใครคาดถึงว่าท่านไม่ได้พระราชทานเฉย ๆ ทรงทอดพระเนตรอยู่ตลอดเวลา โบหลุดอะไรหลุดพระองค์ท่านทรงผูกโบว์ใหม่ให้เรียบร้อย บางครั้งเรียงเอกสารไว้หลายวัน ฝุ่นมันจับ พระองค์ท่านก็ทรงปัดออก ...
794 days ago
คุณเคยเห็นคนตาบอดมั้ย คนตาบอด...ที่เดินไปไหนต่อไหนด้วยกันเป็นคู่ คุณอาจเจอพวกเขาได้ …ในที่ที่มีคนอยู่กันเยอะๆ เช่น ตลาดนัด พวกเขาไปที่นั่น...เพราะหวังว่า... คงจะมี คนใจบุญไปเดินอยู่ที่นั่นบ้าง คนสองคน...ที่จับมือกันค่อยๆ เดินกระเถิบไปด้วยกันทีละนิด..ทีละนิด เพราะต่างคน… ต่างก็มองไม่เห็นอะไรกันทั้งคู่ นอกจากไม้เท้าคนละอันแล้ว...ในมือพวกเขาถือวิทยุเก่าๆ เครื่องนึง กับไมค์อีกอีกหนึ่งอัน...ที่ขาดไม่ได้…ก็คือขันอลูมิเนียม อาวุธสำคัญที่ใช้หากินอยู่ทุกวัน ฟังไม่ คุ้นหู กับเพลงที่เขาร้องนักหรอก แต่ก็ดูว่า…เขาตั้งใจร้องเหลือเกิน และดูเหมือนเขาก็ หวัง ว่าคุณจะต้องชอบมัน ตอนที่เห็นเขาจับมือกัน...วินาทีนั้น...ทำให้นึกถึงอะไรบางอย่าง ที่เคยมองข้ามมาตลอด คุณเคยนึกถึงความรักของ..คนตาบอด..หรือเปล่า ตนตาบอดรักกันได้ยังไงนะ.... เพราะคนตาบอด...ไม่เคยรู้เลยว่า...คนรักของเขา..มีหน้าตาเป็นอย่างไร อีกฝ่าย..มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร คนตาบอด..จะรู้จักก็เพียงจิตใจของคนรักของเขาเท่านั้น เมื่อเขามีความพอใจกันและกัน.....ไม่มีเกียรติยศ... ศักดิ์ศรี...ให้กังวลใจ ...
794 days ago
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก็คือชีวิตเรา สิ่งที่มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก็คือหัวใจเรา อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ใคร อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเราไปให้ใครดูแล เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว คนใจแคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก รักต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้ เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมายและไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไปสัมผัสกับมัน ก็เหมือนกับความรัก .... ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรก็ต้องไปสัมผัสกับมัน แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ ...



