Content Preview: rss
674 days ago
บันทึกก่อนอ่าน ... เพื่ออรรถรสในการ บันเทิงกับตัวอักษรที่ร้อยเรียงนี้ .. ควร 1. เปิดเพลงเบาๆ ซึ่งผมลงไว้ให้แล้วใน space นี้ขณะอ่าน 2. ไม่ต้องรีบ .. ใจเย็นๆ อ่านเรื่อยๆ และปล่อยอารมณ์ไปตามบทบาทของตัวละคร 3. อ่านที่เงียบๆ คนเดียว.. ซึ่งเมื่อถึงบทหนึ่งแล้ว คุณจะเข้าใจว่า "ทำไม" ขอให้สนุกกับการรับอ่าน ได้แล้วคับ .. ไม่ต้องคิดมากๆ เพียงความทรงจำ.. แสงไฟติดๆ ดับๆ จากเสาไฟฟ้าข้างทาง.. อาจทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นสมุดเล่มหนึ่งซึ่งตกอยู่ระหว่างกอหญ้าที่เกิดจากที่ดินรกร้างข้างฟุตบาท แต่ไม่เคยมีใครสักคนหยิบมันขึ้นมา... ปล่อยให้สมุดที่มีสีสันสดใสเล่มหนึ่งนอนอยู่กับกอหญ้า ผ่านลมและฝนมานานพร้อมกับรอยหมึก คำสัญญาที่นับวันยิ่งเลือนราง เพราะน้ำฝน.. ................................................... ชีวิตของเด็กมัธยมปลายทุกคนคงไม่สามารถหนีไปจากเรื่องเพื่อน ความฝัน ความรัก และเอ็นทรานท์ไปได้ ...
675 days ago
น้ำชาล้นถ้วย อาจารย์ แห่งเซ็น ท่านหนึ่ง ชื่อ น่ำอิน เป็นผู้มีชื่อเสียงทั่วประเทศ และโปรเฟสเซอร์ ที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศไปหา อาจารย์น่ำอิน เพื่อขอศึกษาพระพุทธศาสตร์อย่างเซ็น ในการต้อนรับ ท่านอาจารย์ น่ำอินได้รินน้ำชา ลงในถ้วย รินจนล้นแล้วล้นอีก โปรเฟสเซอร์ มองดูด้วยความฉงนทนดูไม่ได้ ก็พูดโพร่งออกไปว่า "ท่านจะใส่มันลงไปได้อย่างไร" ประโยคนี้มันแสดงว่า โมโห ท่านอาจารย์ น่ำอิน จึงตอบว่า "ถึงท่านก็เหมือนกัน อาตมาจะใส่อะไร ลงไปอย่างไร เพราะท่านเต็มอยู่ด้วย opinions และ speculations ของท่านเอง" คือว่า เต็มไปด้วยความคิด ความเห็น ตามความยึดมั่นถือมั่นของท่านเอง และมีวิธีคิดนึก คำนวณ ตามแบบของท่านเอง สองอย่างนี้แหละ มันทำให้เข้าใจพระพุทธศาสนาอย่างเซ็นไม่ได้ เรียกว่า ..ถ้วยชามันล้น.. นิทานเซ็น เรื่องน้ำชาล้นถ้วยนี้ .. ในความเห็นของผม มันทำให้มองเห็นว่า ในสถาวะแห่งจิต ที่เรียกว่าจิตแท้ ..จริงๆ ต้องมีแต่สิ่งว่างเปล่า .. ว่างเปล่าจาก "ตัวกู-ของกู" ว่างเปล่าจาก "อคติและไร้อคติ" การมองพุทธศาสตร์อย่างเซ้น ...
677 days ago
แม้วันนี้ผมจะถูกสบประมาทจากคนหลายๆ คน ว่า เป็นคนไม่ดี เป็นคนเห็นแก่ตัว เจ้าชู้ หรือไม่มีอะไรดี เลยก็ตาม แต่วันนี้ผมก็ยังคงมีกำลังใจที่จะเดินต่อไป เพราะก็มี คนหลายคนมองว่าเรามีความสำคัญ .. อย่างน้อย ก็ พ่อ แม่ และเพื่อนๆ ที่สนิท .. คนหลายๆ คนที่สบประมาท เค้าเหล่านั้นมีค่าอะไรเหรอ .. เค้าเหล่านั้น มีความสำคัญอะไรเหรอ .. มีความสำคัญ กว่าพ่อ แม่ เพื่อนสนิท หรือแม้แต่..คนที่รัก เหรอ เค้าเหล่านั้นมาจากใหน เป็นใคร รู้จักเราดีแค่ใหน เค้าเหล่านั้น มีความสัมพันธ์กับเราแค่ใหน .. การจะมองว่าใครดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับสิ่งใน ..ขึ้นอยู่กับสายตาของใคร ของคนมองหรือของตัวเอง .. ซึ่งจริงๆ แล้ว ทั้งคนอื่นมองก็คือกระจกที่สะท้อนตัวเรา .. แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่สะท้อนตัวเราคือเราเองทั้งสิ้น .. คือตัวเราทั้งนั้นที่อยู่ในกระจก เป็นอย่างที่เป็น เห็นอย่างที่เห็น อย่างน้อยเราหรอกตัวเองไม่ได้ ในเรื่องของความสัมพันธ์ก็เช่นกัน ..เราจะคบใครคนหนึ่งได้นาน ปัจจัยคืออะไร มาจากใหน ..มันอยู่ที่ว่า เรามองคนๆ นั้นเป็นอย่างไร เรามองว่า เราดีกว่าเค้า หรือเค้าดีกว่าเรา .. ถ้าเราดีกว่าเค้า ...
681 days ago
ในบางครั้ง บทบาทของชีวิต .. การดำเนินของชีวิตคนในครั้งหนึ่ง นั้น ก็เปรียบเสมือนภาพวาดภาพหนึ่ง ซึ่ง มีตัวแสดงคือเจ้าของชีวิตและความรู้สึกนั้น ฉากของชีวิตก็ไม่ต่างอะไรเลยกับภาพวาดเหล่านั้น ภาพที่สวย .. ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมภาพที่มองว่าสวย ภาพที่ไม่สวย .. ก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมภาพที่มองว่าไม่สวย ภาพเหล่านั้นของชีวิต ไม่มีภาพใหนจริงแท้แน่นอน เพราะเหล่านั้นขึ้นอยู่กับ จินตนาการและความรู้สึกของผู้ชมทั้งสิ้น ภาพที่ไม่มีจิตวิญญาณ ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ไม่มีจิตใจ แต่... ภาพ .. ภาพหนึ่ง อาจสื่อความหมายได้หลายต่อหลายอย่าง ภาพ .. ภาพหนึ่ง อาจทำให้คนมีกำลังใจได้ ภาพ .. ภาพหนึ่ง อาจทำให้คนมองสัจธรรมของชีวิตว่าไม่มีใครพ้นจาก ความ สูญ ภาพนั้น .. คือตัวผม คือสิ่งที่ผมได้แสดงออกมา หลายคนมองมันว่าดี ว่ามันมีค่า และอีกนัย หนึ่งหลายคนอาจมองว่า มันไร้ค่าไม่มีความหมาย สุดท้าย ภาพที่เรียกว่าภาพของผม ก็ยังคงเป็นภาพของผมที่แขวนอยู่บนกำแพงๆ เดิม กรอบเดิมๆ ที่รอวัน เก่า และผุพัง ไป ภาพของชีวิต ที่ถูกแสดงขึ้นมาเรื่อยๆ ภาพของความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดออกไปโดยจินตนาการ ...
688 days ago
เมื่อเรามีความสุข ความสุขก็อยู่ที่เราคิด เมื่อเรามีความทุกข์ ความทุกข์ก็อยู่ที่เรากำหนด .. แท้จริงแล้วความรักก็คือการคาดหวังอย่างหนึ่ง ของความรู้สึก ของอารมณ์ คนทุกคนย่อมคาดหวังให้ความรักนั้น เป็นไปดั่งที่ใจคิดและปรารถนา แต่หากไม่ปรารถนาหล่ะจะเป็นอย่างไร .. ความไม่ปรารถนา คือ การไม่คาดหวังอะไรจากความรัก ไม่คาดหวัง ว่า สิ่งที่เห็นข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่คาดหวัง ว่า วันข้างหน้าจะดีไหม ไม่คาดหวัง ว่า เค้าจะเป็นคนอย่างไร สิ่งที่เห็นก็คือสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นก็จะเป็นอย่างที่เป็น ในภาษาธรรมคือการไม่ยึดติด ไม่ยึดมั่น ถือมั่น ไม่มี "ตัวกู ของกู" มันเป็นเช่นนั้นเอง .. เป็นไปโดยธรรมชาติของมัน เป็นไปโดยความรู้สึกนึกคิด ไม่มีความดี ไม่มีความเลว ไม่มีรัก ไม่มีเกลียด ในสถานะของความรักแล้ว .. รักมาก คือทุกข์มาก รักน้อย คือทุกข์น้อย ไม่มีรัก ก็ไม่มีทุกข์ แต่หากว่า มีรักหล่ะ แล้วจะดับทุกด้วยวิธีใด .. ธรรมะ บางครั้งบอกชีวิตได้ .. ว่าต้องดำเนินอย่างไร แต่จริงๆ แล้ว ...



