Content Preview: rss
229 days ago
ชีวิตส่วนหนึ่ง(หรือส่วนใหญ่?)ของการเป็นนักเรียน คือการศึกษาหาความรู้ ซึ่งทุกวันนี้ก็มีอยู่มากมาย ตามเรียนรู้กันไม่แทบจะไม่ไหว และก็แน่นอนว่ากิจกรรมที่สำคัญที่สุดในการหาความรู้นั้นก็คือ การอ่าน ผมว่าสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอ่านก็คือ ความสามารถของผู้อ่านในการสื่อสารกับตัวอักษรและถ้อยคำที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อสาร บางครั้งเราอ่านหนังสือแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าถึง หรือไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าคนเขียนไม่ดีหรืออย่างไร แต่เป็นเพราะว่า สิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ หรือ วิธีการนำเสนอ เป็นวิธีการที่เราไม่สามารถเชื่อมโยงเข้าถึงได้ เป็นสิ่งที่เราไม่สนใจ ไม่ได้มีพื้นเพที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อชีวิตของเราสักเท่าไร ลองดูตัวอย่างนะครับ สมมติว่าคุณไปหยิบหนังสือชื่อ "คู่มือมนุษย์" ของท่านพุทธทาสภิกขุ มาอ่านตอนอายุ 13 ปี คุณก็อาจจะเข้าใจเนื้อหา สาระ ส่วนใหญ่ของหนังสือ หรือไม่ก็สับสนงงงวยกับสิ่งที่ท่านพยายามจะสื่อสาร แต่คุณอาจจะรู้สึกเปลี่ยนไปเมื่อกลัับมาอ่านอีกที่ตอนอายุ 30 เมื่อคุณได้ผ่านโลก ได้เผชิญปัญหา ได้รบรากับกิเลสตัณหามานัดต่อนัด คุณอาจจะซาบซึ้งสิ่งที่ตัวหนังสือของ ...
242 days ago
ในห้วงเวลาที่อาจจะแสนอบอ้าวของเดือนมีนาคมในประเทศไทย แคลิฟอร์เนียก็ได้ชุ่มฉ่ำกับสายฝนที่สาดเทมาเสียทุกวี่ทุกวัน โดยเฉพาะทางตอนเหนือที่ได้สัมผัสความหนาวเย็นและชุ่มชื้นของฤดูหนาว ก่อนที่จะเข้าสู่ความแห้งแล้งกันดารอันยาวนานและต่อเนื่องของฤดูร้อน ดอกไม้ป่าหญ้าก็ร่วมตอบสนองกับการมาของฝนห่าใหญ่ พอกันออกดอกช่อสวยงาม ประดับทุ่งหญ้าสีเขียวด้วยช่อสีสันฉูดฉาด เพียงเพราะว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะมีน้ำเพียงพอสำหรับความสวยงามที่แสนแพงในการชูช่อ และเพียงไม่กี่อาทิตย์ ช่อดอกอันงดงามเหล่านี้ก็จะร่วงโรยไป คืนกลับสู่ใบแห้งเขียวคล้ำที่จะต้องทนอยู่ไปอีกฤดูกาล หรือไม่ก็ตายจากไป เหลือไว้เพียงแต่ธนาคารแห่งเมล็ดที่จะเฝ้ารอการกลับมาของฝนของฤดูใบไม้ผลิ หลายครั้งหลายครา ที่ภาวะแล้งจัดเข้ามาเยี่ยมเยือนมลรัฐอันสวยงามแห่งนี้ แต่ผู้คนที่นี่ก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเดือดร้อนกันมากเท่าไร มีการรณรงค์โฆษณาให้ประหยัดน้ำกันมากมาย ผู้คนก็กังวล ก็พูดถึงกัน แต่ก็ยังหลั่งไหลย้ายเข้ามาอยู่ในที่แห่งนี้ ที่ที่ใครๆก็คิดว่ามีแสงแดดเจิดจ้าตลอดปี มีความสุขตลอดเวลา ก็เลยดูเหมือนกับว่า ปัญหาเรื่องน้ำจะไม่ได้กระทบกระเทือนผู้คนสักเท่าไร ...
276 days ago
ผมเปิดดูบันทึกสุดท้ายที่ผมเขียนที่ที่แห่งนี้ มันก็เป็นเวลาล่วงมาเกือบสองปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหกปานนั้น สองปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ผมเรียนจบ ผมย้ายที่อยู่ ย้ายโรงเรียน พยายามที่ไม่ลืมเพื่อนเก่า พยายามจะหาเพื่อนใหม่ กระเสือกระสนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าจะทำได้ แต่ก็ได้ทำ และต้องทำ มาถึงตรงนี้แล้ว เมื่อกลับไปอ่านบันทึกเก่าๆ ก็ทำให้นึกได้ว่า ตัวเราสมัยก่อนนี่ก็ช่างคิดดีจริงๆ แต่เสียอยู่ที่ว่า เรารู้จักแต่คิด พิจารณา แต่ไม่ได้ประสบพบเจอปัญหาต่างๆที่พูดมาด้วยตัวเองแบบจริงๆจังๆสักที หลายๆสิ่งที่ผมเขียนไป อ่านดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าเราจะคิดไปได้ขนาดนั้น แต่ก็คิดไปแล้ว ทุกวันนี้ผมก็ยังมองโลกในลักษณะเดิม คือ พินิจพิเคราะห์มันไปเรื่อย จะหาสารัตถะนั้นก็มิได้ จะหาความสุขจากการคิดเช่นนั้น ก็ยิ่งแล้วกันใหญ่ หลายๆคนบอกผมว่าจะคิดไปหา...อะไร ในเมื่อมันทำให้คุณมีความทุกข์ปล่าวๆ ตัวผมเมื่อสองปีก่อนตอบคำถามนี้ไว้ว่า "ผมยอมมีความทุกข์ ถ้ามันจะทำให้ผมได้เห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจนขึ้น" ตัวผมตอนนี้จะตอบคำถามนี้ว่า "ก็ข้าพเจ้าไม่มีอะไรที่ดีกว่าให้คิดถึง สมองมันทำมาแบบนี้ ...
924 days ago
เวลาที่เรานึกถึงประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้คนที่เราเรียกว่า"อเมริกันชน"นั้น ก็คงจะเป็นเรื่องปกติที่เราจะนึกถึงฝรั่งหัวทอง ตาน้ำข้าว หน้าตาไม่ต่างกับชาวยุโรปที่เดินกันให้เกลื่อนถนนข้าวสาร กับคนผิวดำที่เราได้ดูตามหนังฮอลลีวูดหลายๆเรื่อง แต่อย่าลืมนะครับว่า อเมริกา เป็นแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมและดินแดนของคนอพยพ ไม่เพียงแต่คนไกลบ้านในสมัยก่อร่าง สร้างประเทศ กระแสการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งเสรีภาพแห่งนี้อย่างมิขาดสาย ผลก็คือ ทุกวันนี้ ถ้าคุณได้มีโอกาสเดินไปมาในเมืองใหญ่ๆ ก็จะสามารถพบเจอคนทุกเชือ้ชาติ ศาสนา สีผิว เดินปะปนกันบนถนนสายเดียวกัน กินข้าวกัน เรียนหนังสือในห้องเดียวกัน เราก็คงไม่แปลกใจที่จะรู้ว่า คนเหล่านี้มีเถือกเถาเหล่ากอต่างกัน แต่ถ้าคุณถามหนุ่มๆสาวๆที่หน้าตาดูยังไงก็ไม่มีเค้าของความเป็นชาวยุโรปอพยพ มาตั้งแต่สมัยอาณานิคมว่าพวกเขาเป็นคนประเทศไหน เขาก็จะตอบด้วยความมั่นใจว่า "I'm American. I'm from here." ผู้คนเหล่านี้เป็นผลผลิตจากการอพยพย้ายถิ่นฐานของพ่อแม่เข้ามาอยู่ในประเทศนี้ครับ พวกเขาเกิดมาบนแผ่นดินนี้ เรียนหนังสือที่นี่ กับคนที่นี่ ...
952 days ago
คุณเคยเป็นไหมครับ เวลาเลือกซื้อของเสื้อสักตัวหนึ่ง คุณไม่รู้หรอกว่าคุณอยากได้เสื้อแบบไหน ลายอะไร รู้แต่ว่าจะอยากจะหาเสื้อสักตัวที่มันถูกใจ ใส่แล้วดูดี มีความสุข แต่ที่น่าเจ็บใจว่า คุณมักจะหามันไม่เจอ ได้แต่แบบ ก็ดีนะ แต่ยังไม่ใช่อย่างที่อยากได้จริงๆ ในกระบวนการเลือกเสื้อผ้า คุณก็เริ่มกำหนดของเสื้อที่อยากได้จากสิ่งที่มันไม่มีอยู่อย่างเช่น เล็กกว่านี้ก็จะดีมาก สีสว่างก็นี้สักอย่างก็คงจะดี การเลือกเสื้อผ้า"สักตัว"ของคุณก็จะกลายเป็น การหาเสื้อผ้า "ตัวนั้น" ให้เจอ และส่วนใหญ่คุณก็จะหาไม่เจอครับ และก็ลงท้ายด้วยการซื้อตัวที่มันดีที่สุดในขณะนั้นไป หรือถ้าเป็นผม ผมก้ไม่ซื้อมันเสียดื้อๆเลยครับ ผมเป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์เท่าไรนัก ตราบใดที่มันยังใส่ได้ ผมก็ไม่สนใจที่จะหาตัวใหม่มาใส่ ส่วนมากผมก็ได้เสือผ้าใหม่ๆ จากคนโน้นคนนี้ จากของขวัญบ้าง จากของฟรีบ้าง นานๆทีละครับที่ผมจะหาซื้อเสือ้ผ่้าสักชิ้น ถ้าจะซื้อสักชิ้นจริงๆ ผมคิดอยู่นานทีเดียว เสื้อผ้าสำหรับผมมันไม่ได้มีไว้บ่งบอกฐานะความร่ำรวย ความทันสมัยตามยุคตามแฟชั่น เสื้อผ้าสำหรับผม มันคือสิ่งที่เป็นตัวตนของผม ...



