Content Preview: rss
564 days ago
สมชายยืนมองท้องฟ้า 5 นาทีผ่านไป สมชายคิดได้ว่า ยืนมองท้องฟ้าแบบนี้ไม่มีประโยชน์ ว่าแล้วสมชายก็หยิบตะกร้อขึ้นมาเตะเล่นคนเดียวหลังบ้าน สนุกกว่ายืนดูท้องฟ้าเป็นไหนๆ ฟ้าเริ่มมืดลงในเวลาเย็นย่ำ สมชายคิดว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยว อยู่อย่างคนเหงาในเมืองกรุง การที่เตะตะกร้อคนเดียวคลายเหงาได้ก็จริง แต่ดูไม่เท่เอาเสียเลย ถ้าใครๆถามสมชายว่า เวลาเหงาแล้วทำอะไรถึงจะดูเท่ ก. เตะตะกร้อ ข. ยืนมองท้องฟ้าให้สายลมปะทะดั้งจมูก สมชายคิดว่าข้อ ข.ไข่ ยังไงก็เท่กว่า เมื่อคิดได้ เขาก็รีบอาบน้ำ แต่งตัว โหนรถเมล์ไปสะพานพุทธทันที เขาอยากนั่งเหงาๆ บนสะพานเหล็กสีเขียว มองดูคุ้งน้ำเจ้าพระยา ที่สะท้อนแสงไฟของพระปรางค์วัดอรุณไกลๆ หูยยย แค่คิดก็ตื่นเต้นที่ได้เหงาแบบเท่ๆแล้ว แต่บริเวณสะพานพุทธดันมีคนพลุกพล่านด้วยมีตลาดนัด สมชายลืมนึกถึงข้อนี้ไป พยายามเดินหามุมเหงาอยู่บริเวณนั้นหนึ่งรอบ สุดท้ายสมชายก็ได้เสื้อยืดมาสองตัว จะขึ้นไปบนสะพานผู้คนก็พลุกพล่านจะหามุมเหงานั้นก็อยากเต็มที คิดได้ว่าไหนๆก็ออกจากบ้านมาแล้ว ...
749 days ago
ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเคยมีเธอ หรืออาจบอกว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยมีข้าพเจ้า เราใช้เวลาผ่านไปกับการดูหนัง กินข้าว และพูดคุยเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตทางโทรศัพท์ จนกระทั่งวันหนึ่ง ไม่มีหนังที่เราอยากดู ไม่มีร้านที่เราอยากนั่งกินข้าว และเรื่องราวในอดีตของเราต่างถูกขุดคุ้ยออกมาพูดทางโทรศัพท์หมดแล้ว ข้าพเจ้าถามเธอว่า เธอเบื่อกับการคุยผ่านโทรศัพท์หรือยัง ถ้าเธอตอบว่า เราลองมาคุยผ่านหม้อหุงข้าวกันดีไหม ................. วันนั้นข้าพเจ้าจะบอกรักเธอ แต่เธอกลับบอกไม่เป็นไร พูดกันทางโทรศัพท์ไม่เห็นจะต้องมีเรื่องคุยก็ทำได้ ข้าพเจ้าเงียบ เธอเงียบ และความเงียบต่างจูงมือเราทั้งสองเดินห่างจากกัน และห่างไกลกันไปทุกที เมื่อปี 2530 ข้าพเจ้าในร่างเด็ก ถูกพี่ข้างบ้านชวนไปดูดาวหางฮัลเล่ย์ บนดาดฟ้าบ้านเขา เรารอกันอยู่จนดึกและข้าพเจ้าเริ่มง่วงนอน ...
816 days ago
แม่เพิ่งฆ่าคนตาย หลังจากที่เหนี่ยวไกปืนใส่กบาลชายคนนั้น คำว่าฆาตกรก็แปะอยู่บนหน้าผากแม่ ทันทีที่ชายคนนั้นสิ้นลม ชีวิตแม่ก็เพิ่งเริ่มต้น ที่บ้าน ไม่มีใครร้องเพลงหลังจากวันนั้น ไม่มีใครสนใจปลาทองที่ว่ายวนอยู่ในตู้ ไม่มีใครหัวเราะหน้ารายการทีวีสุดขำ และดูเหมือนไม่มีใครหัวเราะกับอะไรทั้งสิ้น เวลานั้นคืบคลานผ่านเราไปอย่างช้าๆ เช้าวันหนึ่งข้าพเจ้าลืมตา และคิดได้ว่า อันตัวข้าพเจ้าเองเป็นพระเอกลิเก ชื่อเจ้าชาย มิตรสมร หาใช่ลูกชายของแม่คนนี้ไม่ ว่าแล้วข้าพเจ้าก็คว้าม้ากระดาษมาควบ ควงดาบไม้ และร้องเพลงลิเกวิ่งเตลิดออกจากบ้านไป..... วิ่งออกมาได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ข้าพเจ้าก็เห็นพ่อร้องรำตัด อยู่หน้าปากซอยคนเดียว และข้าพเจ้ารู้สึกเจ็บใจ ในโลกนี้มีคนจำนวนนึงที่ใช้ชีวิตเพื่อหนีปัญหา ในโลกใบเดียวกันมีข้าพเจ้าคนนึงที่พยายามฟั่นเฟือน เพื่อไม่รับรู้เรื่องราวที่ปวดใจ แม่ไม่ได้ยิงใคร พ่อร้องรำตัดไม่เป็น และข้าพเจ้าไม่มีม้ากระดาษไว้ควบ แม่เป็นแม่บ้าน พ่อรับราชการ ข้าพเจ้าเป็นพนักงานบริษัท ...
873 days ago
วันอาทิตย์ ข้าพเจ้าเขียนข้อความชิ้นนี้ในเวลาที่ Red Label แทรกซึมเข้าเส้นเลือด ข้าพเจ้าเมามาก สายตาข้าพเจ้ายังคงลุกวาวในบรรยากาศมืดมิดของค่ำคืนที่มีพระจันท์ลอยเท้งเต้งในอากาศ แม้จิตใจจะเว้าวอนให้สมองได้พักในอารมณ์ของการหลับสักงีบ นัยน์ตาข้าพเจ้าเหลือบมองนาฬิกา ตีหนึ่งสามสิบห้านาทีแล้ว ใยข้าพเจ้าชอบมานั่งเขียนอะไรๆในวินาทีที่ดึกสงัดแบบนี้ด้วย ข้าพเจ้าตอบตัวเองไม่ได้ และดูเหมือนไม่มีใครอยากฟังคำตอบนัก ในภวังค์ที่คล้ายอ่านหนังสือบนรถไฟเหาะ ความมึนแผ่ซ่านเข้าสู่กบาล ลำไส้ขยับบิดเกลียวมาถึงกระเพาะอาหาร อยากอาเจียนออกมามากเหลือเกิน มือข้าพเจ้ายังคงทำหน้าที่ขัดแย้งกับความต้องการของร่างกาย สมองเสื่อมลงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกถึงความเฉยชาของตัวเองที่เป็นมาได้สักระยะหนึ่ง ความด้านชาอาจเกิดจากความซ้ำซากจำเจในการดำเนินชีวิต และมักจะหาทางออกผิดๆด้วยการกินเหล้าอยู่เสมอ เมื่อกินมากก็ย่อมต้องเมาเป็นเรื่องปกติ แต่การเมากระทั่งหัวหนัก และสติมักจะฟุบตรงชักโครก ...
957 days ago
เธอ.. เธอเป็นอย่างไรบ้างในยามนี้ ท้องฟ้าของกรุงเทพยามเย็นช่วงนี้เมฆลอยระเกะระกะ ไม่เหมือนในเดือนก่อนๆ อาจเพราะอากาศที่นี้เริ่มร้อนมากแล้ว ท้องถนนไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านเหมือนเมื่อก่อน ถนนมีรถวิ่งน้อยลง วันหยุดสงกรานต์ดูบรรยากาศมันแสนเหงาพิกล สิ่งที่น่าสนใจในห้วงใต้ทะเลลึกไม่ใช่ สิ่งมีชีวิตเรืองแสง แต่เป็นความเวิ้งว้างและเงียบงัน นี่อาจเป็นนรกสำหรับคนธรรมดา แต่มันเป็นบ้านสำหรับคนเหงา ถ้าเป็ดเหงาเป็น นี่ก็คงเป็นบ้านของเป็ดเหมือนกัน ดิ่งลงในห้วงลึกในภวังค์กลางสมองในตอนเที่ยงคืนวันจันทร์ ไม่มีแม้แต่เสียงรถที่จะแล่นผ่าน ฉันรู้สึกเวิ้งว้างตามที่อธิบายในข้างต้น พยายามหาเครื่องดนตรีมาขับกล่อมปลอบประโลมใจ แต่ลืมไปว่าเล่นเป็นเสียที่ ไหน หากที่นี้มีเครื่องดนตรีจริง แล้วให้ฉันได้ ดีดสี ตีเป่า ฉันก็เล่นอะไรไม่เป็นอยู่ดีนั่นแหละ ว่าแล้วก็ลองคว้าพัดลมมาตั้งสาย ปรับคีย์ให้พอดีกับจังหวะลูกคอ ก่อนจะดีดและฮัมเพลงพื้นบ้านชาวยะขิ่น ฮัมไปฮัมมารู้ตัวว่ามั่วมาก และฟังไม่ได้ใจความอีกอย่างหนึ่ง ฉันเริ่มเขียนบันทึกฉบับนี้อีกครั้งในดึกของวันใหม่ ...



