My MSN

Click OK to add this content

 
Content Preview: rss
-+ได้หัวเราะ เพราะเค้าเล่าว่า...
2 days ago
ช่วงนี้ทำงานโค-ตรหนักเลย  เซ็ง  ทะเลาะกับลูกค้า  โมโหลูกน้อง  ผิดใจกับเพื่อนร่วมงาน  แล้วก็พาลน้อยใจไอ้แห้งอีก เกิดมาเป็นมนุษย์กันนิ  เห็นแก่ตัวกันจังเลยวะ เบื่อเซ็ง  เราวิ่งวุ่นวาย เหนื่อยแทบตาย ล้มตัวลงนั่งนิ่ง  เอ่อคนอื่นเค้าไม่ได้รีบร้อนเหมือนเรากันเลยวะ (ไม่มีงานทำกัน หรือว่าอู้งานกันอยู่  เอะหรือว่าเค้าแกล้งไม่ใส่ใจเฉยๆเอาไว้กันนะ)  โทรกลับบ้านเม้าท์กับแม่ กับพี่ กับพ่อ พอทำให้ยิ้ม หัวเราะหรืออมยิ้มได้ อุตส่าห์ฝันถึงแม่ ในฝันพูดคุยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ แม่บอกว่าแม่เสียแล้วนะ(แม่พูด) ตายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว........โอ้ยแม่เจ้า แม่ตายแล้วมาคุยกับหนูได้ไงล่ะจะบ้าหรอ(ในฝันฉันพูด) เช้ารุ่งขึ้นโทรหาแม่  แม่หัวเราะชวนตีเป็นหวยไปนั่น เฮ้ยคนไม่คิดมากก็แบบนี้นะ สุขดี คุยกับพี่สาว  มันก็ไร้สาระได้ที่เหมือนกัน ถามว่าดูซีรี่ย์เรื่องโน่นนี้ไหม  ไม่ฉันจะดูได้ไงตื่นก็จะบ่ายโมงแล้ว หุหุ พี่บอกมึงจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง  โอ้ยไม่กินหรอก บ้านเมืองมันสกปรกจะตาย555 บ่นเรื่องที่ทำงานวุ่นวาย  ยอดขายเพิ่มขึ้นเยอะ  ของส่งลูกค้าไม่ทัน แบบว่าฉันจะเอาคุณไม่ขายหรอ? เอ่อ อยากบอกว่า กูอยากขายนะ ...
-+ที่สุดของราศี?
22 days ago
ราศีใด อาภัพคู่ที่สุด                           **      มีน   ( 14 มีนา - 12 เมษา )    รองลงมาคือ   กันย์กับพิจิก ราศีใดเจ้าชู้ที่สุด                             **      ธนู   ( 16 ธค - 15 มค ) ราศีใดดุที่สุด                                  **      มังกร   ( 16 มค - 12 กพ ) ราศีใดอารมณ์ศิลปินที่สุด                    **      กุมภ์   ( 13 กพ - 13 มีค ) พฤษภก็เป็นนะแต่คงไม่ถึงที่สุดเท่าไหร่ อิอิ   ราศีใดขี้หึงที่สุด                              **      เมษ   ( 13 เมษา - 13 พ.ค ) ราศีใดดื้อที่สุด                                **      สิงห์   ( 17 สค - 16 กย ) อันนี้เห็นด้วยอย่างแรง หุหะ ราศีใด ร้ายลึกที่สุด                            **      พิจิก   ( 16 พย - 15 ธค ) ราศีใดอกหักซ้ำซากที่สุด                    **      ตุลย์ ...
-+ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า?
33 days ago
เคยได้ยินกันไหม "ผู้ชายก็เหมือนรองเท้า  ถ้ามันกัดก็สลัดมันทิ้ง" อันที่จริงก็ไม่อยากจะพูดแบบนี้หรอก การเลือกคู่ก็เหมือนกับเลือกรองเท้าตากหาก รองเท้าสวยดูเหมาะกับเรา แต่พอใส่แล้วคับจะพยายามยัดมันทำไม? รองเท้าใหญ่ใช่ว่าจะใส่สบาย ใส่แล้วหลวมเดินแล้วเสียบุคลิกหมดกันพอดี รองเท้าที่สวยงามถูกใจ และใส่สบายหายากจะตาย เดินให้ไปทั่วก็นานกว่าจะเจอ ดูเฉยๆก็ไม่ได้ลองที่นั่นก็ใช่ว่าจะรู้ ต้องเสียเงินซื้อมันมาก่อนถึงได้รู้ว่า คุ้มตังค์แล้วที่ซื้อมาใส่ แต่ถ้าชีวิตนี้หาไม่ได้ล่ะ? เรายอมเดินเท้าเปล่าๆ กันก่อนดีไหม แม้ทางเดินข้างหน้ามันจะมีหิน มีหนามมาทิ่มแทงเราบ้าง ก็ช่างปะไรล่ะ ใช่ว่าจะไม่มีตาและโง่ไปเดินเหยียบมัน เส้นทางเดินอื่นยังมีอีกมาก ถึงแม้มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็เถอะ ถึงแม้มันจะต้องเดินทางไกลไปจากเดิมอีกมาก "ก็ช่างเถอะ" อีกไม่นานเท้าเราก็คงชินกับการไม่มีรองเท้าใส่แล้วล่ะ ถ้าจำไม่ผิด ตอนเกิดมา กว่าจะได้ใส่รองเท้า พ่อแม่ซื้อมาให้หลายคู่ แต่มันไม่ชินเท้า ร้องไห้งอแงกว่าแม่จะใส่ได้55+ ตั้งแต่เด็กบ่อยครั้งที่โดนโน่นนี่ทิ่มตำ ก็ยังมีพ่อ มีแม่คอยอุ้มและใส่ยาให้ ...
-+ชู้หรือมีน้อย แบบไหนดี
45 days ago
ใช่ว่าเราจะกวนตีน หรือกวนใคร แต่มันสงสัยไม่ยอมหายว่าทำไม ผู้หญิงมีชายอื่นเราเรียกว่า "ผู้หญิงคนนี้มีชู้"  แต่พอผู้ชายมีหญิงอื่นบ้าง เราเรียก "ผู้ชายคนนี้มีเมียน้อย" ไม่เคยได้ยินเค้าจะบอกว่า "ผู้ชายคนนี้มีชู้" (แต่สมัยนี้เค้าเรียกกิ๊กกัน ยิ่งฟังดูดีขึ้น) แต่ไอ้คำว่า "เมียน้อย" นี่เหมือนจะบอกว่า ที่คนมีอยู่มันยังน้อยให้หาเพิ่มขึ้นมาอีกหรือเปล่า?  แต่ถ้าความเสมอภาคมีในโลกให้เรียกหญิงที่มีชายอื่นว่า "ผู้หญิงคนนี้มีผัวน้อย" บ้างล่ะ คงพิลึกดีเนอะความหมายจะเหมือนกันไหม?  แบบว่าที่ฉันมีอยู่มันน้อยไปขอใหม่เพิ่มได้ไหมล่ะ?    ถึงมันจะฟังดูพิลึกกึกกือ  แต่เราว่ามันก็ยังฟังดูดีกว่าคำว่า "ชู้" ในวรรคดีจะได้ยิน นางโมราห์ และนางกากี เป็นชื่อที่ใช้แทนให้เห็นภาพได้ชัดเจน  ผู้หญิงที่มีคิดนอกใจเรามักจะตีว่าเค้าคิดมีชู้ ทั้งๆที่เค้าอาจคิดในใจหรือคิดนอกใจไปแล้วก็ตาม  แต่พอเป็นชายบ้างล่ะ ไม่ว่าจะคิดหรือทำจริงๆ  ชาวบ้านเราไม่ได้พูดเหมือนกันเลย  แถมดูยกย่องไปอีกว่า ชายคนนี้เจ้าชู้มาก เก่งจังมีเมียหลายคน แม้ทำไมหญิงไม่เรียกแบบนี้บ้างนะ หุหุ  ...
-+"คนไม่มีเวลา" จากเรื่องจริงสู่เพลงที่ประทับใจ
77 days ago
เพลง                  : คนไม่มีเวลา เนื้อร้อง               : ธนกฤต พานิชย์วิทย์ ทำนอง / เรียบเรียง : ชวิน จิตรสมบูรณ์   ข้างล่าง   เป็นเรื่องราวของพี่มืดและพี่บี พี่มืดกับพี่บี   รู้จักกันเพราะทำงานที่เดียวกัน และก็เป็นแฟนกันนาน 8-9 ปี หลังจากนั้นก็แต่งงานกัน   พี่มืดทำงานเป็น ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา   ส่วนพี่บีเป็นอาร์ต ไดเรคเตอร์ ทั้ง 2 คนเรียนจบเมืองนอก และบ้างานด้วยกันทั้งคู่ เมื่อแต่งงานกัน ทั้งคู่จึงมีแผนจะสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา และต้องใช้เงินอีกก้อนใหญ่ พี่บีซึ่งปกติทำงานเยอะอยู่แล้ว ก็รับจ๊อบเพิ่มขึ้น เพื่อหาเงินสร้างบ้าน งานเยอะก็เครียดหนัก จนปวดหัวประจำ และมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัว หลังจากแต่งงานกันมา 1 ปี 2 เดือน เช้าวันนั้น พี่มืดแต่งตัวเสร็จแล้ว เตรียมตัวไปทำงาน แต่พี่บียังไม่ลุกจากที่นอนและบ่นว่าปวดหัว พี่มืดเลยบอกให้นอนพักอยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปทำงาน แล้วพี่มืดก็ออกไปทำงาน นั่นเป็นเช้าวันสุดท้ายที่พี่มืดได้คุยกับพี่บี พี่มืดเล่าว่า พี่บีเส้นเลือดในสมองแตก   เพราะอาการปวดหัวอย่างหนัก   ...
© 2009 MicrosoftMicrosoft