My MSN

Click OK to add this content

 
Content Preview: rss
-+สองมาตรฐาน
226 days ago
หลายวันก่อนผมนั่งดูข่าว จิบเหล้าอยู่บ้านใจเย็น ในวันที่เกิดเรื่องความไม่สงบใน กทม. ผมนั่งจับตาดูแทบทุกสื่อ แทบจะทุกสิ่ง หลังจากที่ตัวผมไม่ได้สนใจฝักฝ่ายใด ผมกลับให้ความสนใจกับเสื้อแดงมากมาย เพราะสิ่งที่เค้าทำมันเลวร้ายเหลือเกิน     ผมใช้เวลาตลอดวันหยุดสงกรานต์อยู่หน้าทีวีกับขวดเหล้า....และเพื่อนๆ สมาชิกแมวทุกตัวในบ้าน หลายสิ่งพลาพลุ่งเข้ามาในความรู้สึก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งแค้น แต่ในวินาทีหนึ่งผมฉุดคิดขึ้นมา แล้วถ้าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นเพราะข่าวล่ะ...เพราะคำพูดจากสือต่างๆ ทำให้ผมโกรธหรือเปล่า หรือว่าจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ใจของผมคิดไปต่างๆ นาๆ พูดกันแบบตามตรงไม่อ้อมค้อมเพราะผมไม่อยู่ทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง คิดทางกลับกันหลังจากเฝ้าติดตามข่าวชาวบ้านถูกยิงที่นางเลิ้ง ผมได้ไปหาอ่านข้อมูลจากหลากหลายเว็บ และผมเริ่มพบความไม่เป็นกลางของสือ ของรัฐบาล และของผู้คนเสื้อมีสี      มีชาวเสื้อเหลือชัดเจนออกมาโพสข้อความเกี่ยวกับคนเสื้อแดงยิง แล้วก็มีคลิปออกมา...ผมก็ตื่นเต้นเพราะถ้าเสื้อแดงเค้ายิงจริงๆ ผมคนหนึ่งล่ะ ที่จะสาบส่งให้ไปลงนรก แต่แล้วหลังจากชมคลิปนั้น ...
-+ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนเป็น rangefinder หรือยัง ?
370 days ago
พักหลังมานี้ ต้องยอมรับเลยว่าไม่ค่อยจะมีเวลาออกไปถ่ายรูป หรือใช้ชีวิตสนุกได้เหมือนเมื่อก่อน เรื่องราวต่างๆ ใน Blog ก็จึงลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยส่วนตัวแล้วสำหรับการเขียน Blog นั้นผมคิดว่ามันเหมือนกับการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทีเกิดขึ้นในชีวิต ทันทีทันใด เมื่อตอนนี้มุ่งแต่ทำงาน ลดเรื่องเที่ยวลงไปเยอะ หน้า Blog ก็หายไปด้วยเช่นกัน หลงเหลือไว้เพียงช่วงเวลาที่เคยสนุกสนาน เป็นตัวหนังสือให้จนจำ และเมื่ออ่านมันซ้ำก็ยังขำทุกครั้ง มาครั้งนี้ เรื่องที่น่าสนใจในชีวิตได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ตัวผมเริ่มถ่ายภาพอย่างจริงจังมากขึ้น จากแค่อยากเก็บภาพประทับใจไว้ดู ตอนนี้กลายมาเป็นสิ่งที่สร้างเงินทองให้กับตัวผม ถึงแม้จะยังน้อย แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายให้ลองทำมากมายจริงๆ     วันหนึ่ง ตัวผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับความง่วงงัวเงีย อยากจะนอนต่อใจจะขาด แต่วันนี้ดันเป็นวันสำคัญของเพื่อนคนสนิท เออ....ไปซะหน่อย บอกกับตัวเอง พร้อมกับเช็ค E-mail ในรอบเช้า และอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว     ไม่นานนักผมมาถึงสถานที่นัด แต่เพื่อนก็กลับยังไม่โผล่ ปล่อยทิ้งให้ผมนั่งรอ พร้อมกับอุปกรณ์กล้อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ณ ...
-+ร้างกายอ่อนแอ หัวใจออดแอดตามไปด้วย
426 days ago
วันอาทิตย์…. ผมหลับไม่ลง มีอะไรให้คิดเต็มไปหมดในหัวสมอง….ขนาดกินยาไปหลายขนาน แต่ร้างกายผมยังไม่ตอบสนองแม้แต่นิดเดียว นั่งอยู่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ ในตอนหัวค่ำ กำลังมึนจากฤทธิ์ยาเมื่อตอนเช้า ตื่นมาได้รับโทรศัพท์สายตรงจากทางบ้านเรื่องเกี่ยวกับอาม่า มันทำให้ผมคิดอะไรหลายๆ เชื่อมโยงกันแบบที่ได้จากในหนังสือเกี่ยวกับ NLP แปะๆ ผมเข้าใจเลยว่าตอนนี้กำลังสับสนและมึนๆ งง เอาหลายเรื่องมาคิดรวมกันแล้วมันทำให้ผมเกือบบ้า สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือคุยกับพี่คนสนิท ถึงแม้จะไม่นานเพราะแบทโทรศัพท์ผมหมดไปซะก่อน แต่มันก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย     ใกล้ถึงกำหนดวันคืนกล้อง D3 แล้วสินะ พูดตามตรงว่าไม่ค่อยได้ใช้มันเลย หลังจากที่ถอย D300 มาพักใหญ่ๆ แล้วก็เริ่มสึกว่าตัวเองยังไม่ต้องการใช้มันซักเท่าไร ถึงแม้มันจะโปรขึ้นทุกอย่าง ทั้งความละเอียด ทั้งความกระชับถนัดมือ ทั้งความเร็วในการถ่ายภาพ แต่สุดท้ายตอนนี้ D80 ก็ยังตอบโจทย์ผมได้เกือบครบอยู่ดีล่ะ ถ้าจะให้พูดตรงๆ ตอนนี้ D-SLR เป็นทางเลือกของผมมากกว่า ไปๆ มาๆ ใช้กล้องคอมแพคเล็กๆ สะดวกกว่าแยะ แถมที่สำคัญไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์และอีกอย่างมันเบามาก ...
-+ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน
449 days ago
ลืมตาตื่นขึ้นมากับอาการปวดท้องเล็กๆ ผมบ่นพรึมพรำในใจว่าหิวน้ำ…หลังจากนั้นไม่นานก็ตาสว่างในตอนตีสามเศษๆ ความเงียบในยามคำคืนทำให้คิดถึงสิ่งที่ผ่านมาหลากหลายในปีในนี้     หลากหลายความรู้สึกเดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะรัก สนุก เกลียดชัง หรือแม้แต่ความอยากอยู่อย่างสงบ ผมจัดแจงใส่เสื้อผ้าและปั่นจักยานคันสีเหลือไปที่ 7-11 เพื่อซื้อน้ำมาดื่ม ในขณะเดียวกันนั้นเอง มีใครบางคนรอคอยผมอยู่เช่นกัน สินค้าที่ซื้อไม่มากมายมีเพียงน้ำเปล่าขวดใหญ่ที่ดื่มเป็นประจำ และกาแฟกล่องสีน้ำตาลของโปรด….ไม่นานนักเมื่อซื้อสินค้าเสร็จ ผมได้พบเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งเคยมอบความสุขให้กับผมเข้าโดยฉับพลัน เค้าเข้ามาทักทันใด ด้วยสีหน้าหมองหม่น และกล่าวคำขอโทษถึงสิ่งที่เค้ากระทำผิดลงไป “พี่ครับ ของไว้ก่อนนะ เงินผมหาคืนให้” ผมมองด้วยสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อยเพราะบนใบหน้าของเด็กชายคนนั้นเต็มไปด้วยรอยเย็บ และแผลเหวอะหวะ  ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นอย่างหลากหลายเกี่ยวกับรอบแผลเหล่านั้น จึงได้ถามออกไป ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ไม่ได้หวังว่าจะอยากได้เงินคืนซักบาทเดียว     ถ่อยคำที่ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ ...
-+ตีตั๋วเข้าโรงหนังดู Wall-E
463 days ago
โลกที่ไร้ซึ่งมนุษย์นานถึง 700 ปี คุณเคยคิดกันไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงเวลาเหล่านั้น เมื่อเราได้หลงลืมบางสิ่งที่เราสร้างขึ้นเพื่อทำ “ภารกิจ” ที่เรามอบหมายให้ อย่างกับมันมีชีวิตอมตะ     Wall-E หุ่นตัวเล็กจิ๋วที่มนุษย์หลงลืมไว้บนดาวโลกที่เต็มไปด้วยขยะ ภารกิจหลักของ Wall-E หุ่นยนต์คลาส ซี คือการกำจัดขยะให้หมดไปจากโลกใบนี้เสีย แต่ก็ช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นเนื่องจากขยะมีมากมายจนล้นโลก ซึ่งเก็บเท่าไรก็เหมือนจะไม่หมดสิ้น เสมือนกับความเหงาที่อยู่เป็นเพื่อนเค้ากับเพลงสุดไพรเราะจากช่วงยุค 60s ที่ทำให้คิดถึงความหอมหวานของการรักใครซักคน     ช่วงเวลาที่ยาวนานเปลี่ยนหุ่นยนต์ตัวนี้ให้มีหัวใจ ให้รู้สึก และสร้างให้เค้ามีโลกส่วนตัว ด้วยการเก็บสิ่งของเล็กน้อยกลับมาเก็บสะสมเสมอ และแล้วในวันหนึ่ง หุ่นยนต์ชื่อ EVE ซึ่งทำภารกิจ ประเมินพืชพันธุ์จากนอกโลก ได้รับมอบภารกิจ และได้มาพบกับ Wall-E โดยบังเอิญ นี้คือจุดเริ่มต้นของการพจนภัยเหนือจิตนาการ ที่เรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาก่อนที่คุณจะเดินออกจากโรงภาพยนตร์แน่นอน ผมคงไม่เล่าอะไรมากมายสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะอยากให้ทุกคนได้ดูมันจริงๆ ...
© 2009 MicrosoftMicrosoft