Content Preview: rss
922 days ago
930 days ago
935 days ago
Runner ทั้งหลายที่วิ่งๆกันแบบไม่ลืมหูลืมตา ไหงรู้สึกตัวอีกทีปวดเข่าชะมัดเลย เรามีวิธีป้องกันก็จะช่วยให้อาการเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับคุณจ้า 1. ยืดกล้ามเนื้อรอบเข่าและข้อเท้าให้เพียงพอ ควรยืดช้า ๆ ค้างไว้ 10-15 วินาทีต่อครั้ง ทำประมาณ 5-10 ครั้ง เน้นการยืดกล้ามเนื้อน่อง กล้ามเนื้อกลางสะโพก กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและด้านหลังเป็นหลัก 2. วอร์มอัพให้เพียงพอ โดยเริ่มจากการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ ก่อนที่จะวิ่งเต็มที่ เพื่อให้มีการปรับตัวของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการออกกำลังกาย ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจ 3. รองเท้าวิ่งควรมีพื้นกันแรงกระแทกที่เพียงพอและมีความกระชับพอดีเท้า เวลาเลือกซื้อควรบอกพนักงานว่าคุณตองการวิ่งแบบไหน ถ้าตองการวิ่งออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ ไม่ใช่การวิ่งสปรินท์ ให้เลือกรองเท้าแบบ Cross training 4. ตรวจดูลักษณะเท้าว่าผิดปกติหรือไม่ ส่วนใหญ่ที่พบคือ ภาวะเท้าแบน ซึ่งเวลาวิ่งนาน ๆ อาจทำให้มีแรงปฏิกิริยาจากพื้นกระทำต่อข้อเท้า และข้อเข่าอย่างผิดปกติทำให้เกิดอาการปวดเข่า หรือข้อเท้าเรื้อรังได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา ...935 days ago
ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยเป็นใจในการออกไปวิ่งเท่าไหร่นัก เพราะฝนตกติดต่อกันหลายวันเลย กว่าจะหาช่วงเวลาที่อากาศดีหน่อยก็ยากเย็นจิงๆ เลยทำให้เราวิ่งไม่ได้สม่ำเสมอเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามต่อไปสู้ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ...เกี่ยวกับการวิ่งมาให้อ่านกันด้วยนะ เดิน/วิ่ง : สรรพคุณแก้โรคเบื่อเซ็ง ซึมเศร้า การเดินเป็นการออกกำลังกายแบบเบา ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น ไทเก๊ก ชี่กง โยคะ ซึ่งต้องทำเป็นประจำอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที หากเพิ่มให้หนักขึ้นเป็นการวิ่งสามารถแก้โรคซึมเศร้าได้ "เดิน" สะสมไมล์ - รักษาโรคต้องใช้ระยะทางเท่าไหร่ 1. เดิน 1.5-2.5 ก.ม./วัน : รักษาสุขภาพทั่วไป ทำให้ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ 2. เดิน 2.5-4.5 ก.ม./วัน : ด้วยอัตราความเร็ว 7-8 นาที/ก.ม. ป้องกันและลดการเกิดโรคหัวใจ ไขมันอุดตันในหลอดเลือด และเบาหวาน 3. เดิน 4.5-6.5 ก.ม./วัน : ด้วยอัตราความเร็ว 9-10 นาที/ก.ม. ลดไขมันสะสม ป้องกันโรคอ้วน ความดันสูง ภูมิแพ้ เครียด ระบบไหลเวียนเลือด ฯลฯ เห็นไม๊คะแม้แต่การออกกำลังด้วยการเดิน หรือวิ่งเหยาะๆ ก็ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงและ ...944 days ago



